นี่คือเรื่องราวของรามิและเพื่อนคู่หูของเธอ เดือนดิน ไส้เดือนวิเศษผู้เข้าใจทุกสรรพสิ่งแห่งบ้านสวนตั้งสุข นิทานสอนใจ เรื่องนี้จะพาคุณไปเรียนรู้ถึงความหมายของ การเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อต้องเผชิญกับความผิดหวัง

เรื่องราวของกิ่งไม้แห่งเสียงเพลงที่หายไป
ที่บ้านสวนตั้งสุข ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ใจกลางป่าหลากสีสัน คู่หูรามิเดือนดิน อาศัยอยู่บนบ้านต้นไม้นั้น
รามิรักและผูกพันกับ กิ่งไม้แห่งเสียงเพลง มากเสียจนความสุขของเธอเป็นเหมือนเงาที่ติดตามเสียงเพลงนั้นไปทุกที่ เมื่อไหร่ที่รามิรู้สึกเหงา เสียงระฆังแก้วเล็ก ๆ ที่แสนไพเราะก็จะดังขึ้นมาจากกิ่งไม้ ทำให้ความเศร้าของเธอมลายหายไป
แต่แล้ววันหนึ่ง พายุฝนที่พัดมาอย่างรุนแรงก็ทำให้กิ่งไม้แห่งเสียงเพลงหักลงมาเสียงดัง “แคร่ก!” ทันใดนั้น โลกของรามิก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสรรพเสียงในป่าพลันเงียบลงไป รามิรู้สึกราวกับหัวใจของเธอถูกบีบอัดจนแตกสลาย เธอรู้สึกว่าความสุขของเธอได้หายไปพร้อมกับเสียงเพลง และเธอก็ไร้พลังที่จะนำมันกลับมา
การมองปัญหาให้เป็นโอกาส
เดือนดินเห็นเพื่อนรักนั่งกอดเศษไม้ที่แตกหักและน้ำตาไหลอาบแก้ม จึงเข้ามานั่งข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้ตัวของเขาปัดเศษไม้ที่รามิทำหล่นอย่างแผ่วเบาเป็นการปลอบใจ รามิที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจมดิ่งในความเศร้าจึงถามเดือนดินด้วยเสียงสั่นเครือว่า “เสียงเพลงของฉันหายไปหมดแล้ว…ฉันจะทำอย่างไรดี”
“บางครั้งการจบลงของสิ่งหนึ่งก็คือการเริ่มต้นของสิ่งใหม่นะรามิ” เดือนดินตอบด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น “เศษไม้เหล่านี้ยังมีความทรงจำของเสียงเพลงอยู่ ลองใช้ความรักของเธอสร้างบ้านใหม่ให้มันสิ”
การสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากความผิดหวัง
รามิปาดน้ำตาและเริ่มลงมือแกะสลักเศษไม้ที่แตกหักด้วยความตั้งใจ เธอใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนโดยมีเดือนดินเป็นเพื่อนคอยให้กำลังใจ ทุกครั้งที่รามิลงมีดแกะสลัก ก็จะมีละอองแสงสีรุ้งโปรยปรายออกมาจากเศษไม้เหล่านั้น
เมื่อพวกเขาสร้าง ม้าไม้ ตัวเล็ก ๆ เสร็จ รามิเขย่ามันเบา ๆ ปรากฏว่าเสียงเพลงที่ดังขึ้นก็ไม่ใช่เสียงระฆังแก้วอีกต่อไป แต่มันคือเสียงดนตรีใหม่ที่สดใสและร่าเริงกว่าเดิม รามิหัวเราะอย่างมีความสุข เธอยืนขึ้นและเต้นรำไปพร้อมกับม้าไม้ที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง
ตั้งแต่นั้นมา คู่หูรามิเดือนดินก็มีเพื่อนเล่นตัวใหม่ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะ นิทานสอนใจ เรื่องนี้สอนให้รามิรู้ว่า ความผิดหวังในวันนี้อาจเป็นประตูบานใหม่สู่สิ่งที่ดีกว่าในวันหน้า การมองปัญหาให้เป็นโอกาสจะทำให้ชีวิตของเรามีสีสันอยู่เสมอ
ข้อคิดที่ได้จากนิทาน
นิทานเรื่องนี้ มุ่งสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจว่าความผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเปลี่ยนมุมมองและใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหา เมื่อเด็ก ๆ ต้องเผชิญกับความสูญเสียหรือความท้อแท้ นิทานก่อนนอน เรื่องนี้จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาลุกขึ้นมาสร้างสิ่งใหม่ และค้นพบความสุขในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
นิทานสำหรับเด็กวัย 7-12 ปี
นิทานเสริมจินตนาการ เรื่องนี้เหมาะสำหรับอ่านให้เด็ก ๆ ฟังเพื่อช่วยปลูกฝัง ทัศนคติเชิงบวก และ การมองโลกในแง่ดี พร้อมทั้งเสริมสร้าง มิตรภาพ ผ่านเรื่องราวของรามิและเดือนดิน
หวังว่าเรื่องราวนี้จะช่วยเติมเต็มจินตนาการและสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ได้สนุกสนานและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อีกมากมาย อย่าลืมติดตามอ่านเรื่องราวอื่น ๆ เพื่อค้นพบความมหัศจรรย์ในทุก ๆ วันกันนะ